ข่าวเด่น
เริ่มแสดง :: 29 พ.ย.54 ถึงวันที่ 29 พ.ย.54
อ่าน : 381

รูปแบบการพัฒนาคุณภาพเตรียมพร้อมสู่อาเซียน
 
สวัสดีครับ ท่านผู้ปกครอง ในฉบับที่ 2 นี้ ผมอยากนำเสนอผลงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งผมได้รับการคัดเลือกจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สงขลา เขต 1 ให้เป็นตัวแทนผู้บริหารโรงเรียน ไปนำเสนอผลงานด้านการบริหาร ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนที่จังหวัดชุมพร วันที่ 8 ธค.54 นี้ ผมจึงขอนำรูปแบบการพัฒนา ที่ผมและคณะได้ใช้ในการพัฒนาโรงเรียนวิเชียรชม มาเสนอให้ทราบ ว่าเรามีความพร้อมแค่ไหน ชื่อผลงานทางวิชาการ/นวัตกรรม การพัฒนารูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา โลกในยุคปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง การศึกษา และเทคโนโลยี ส่งผลให้ทุกองค์กรต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของตนเองและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะจะต้องพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ในตัวคนให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้เป็นคนที่รู้จักการคิดวิเคราะห์ รู้จักแก้ปัญหา มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเชื่อมโยงความรู้ ทักษะและค่านิยมที่ดีงาม เพื่อการดำเนินชีวิต สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งวัฒนธรรม ความเชื่อ ความคิดและการกระทำที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นับเป็นหนทางเดียวที่จะยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้พัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศได้ โรงเรียนวิเชียรชม จังหวัดสงขลา เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาขนาดใหญ่ที่จัดการศึกษาตั้งแต่ ระดับปฐมวัยถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 มีการพัฒนาการทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่องและมีผลงานด้านวิชาการดีเด่นจนเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนยอดนิยมของจังหวัดสงขลา ได้รับรางวัลโรงเรียนรางวัลพระราชทาน 4 ครั้ง เป็นโรงเรียนผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจรุ่นที่ 1 และได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนชั้นนำในการพัฒนาคุณภาพสู่โรงเรียนมาตรฐานสากล (World Class Standard School) โดยเริ่มจัดการศึกษาตามแนวทางโรงเรียนมาตรฐานสากลตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 มีความพยายามดำเนินการบริหารโรงเรียนตามแนวคิดและมาตรฐานโรงเรียนมาตรฐานสากลและตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตามเนื่องจากโรงเรียนมาตรฐานสากล เป็นแนวคิดใหม่ในการบริหารและจัดการศึกษาในประเทศไทย มีการศึกษาวิจัยในเรื่องดังกล่าวน้อยมาก แนวทางการดำเนินงานจึงไม่ชัดเจนเท่าที่ควร แต่ผลพวงของการที่โรงเรียนวิเชียรชมเปิดดำเนินการโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ (English Programme) มีส่วนทำให้การดำเนินการเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ได้คุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากลเป็นไปได้ง่าย มีทิศทางและมีความเป็นไปได้มากขึ้น อีกทั้ง นโยบายการเปิดประเทศเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ทำให้ทุกภาคส่วนต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมความพร้อมทางการศึกษา เพื่อพัฒนาคนให้มีความพร้อมในการอยู่ร่วมกัน ในประชาคมอาเซียน โรงเรียนจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้สามารถรองรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้ วัตถุประสงค์ 1. พัฒนารูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ 2. เปรียบเทียบรูปแบบการพัฒนาการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจก่อนและหลังการพัฒนา 3. เปรียบเทียบรูปแบบการพัฒนาการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจก่อนและหลังการพัฒนาตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชน ขอบเขตของการศึกษา การดำเนินการวิจัย การพัฒนารูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ปีการศึกษา 2552 และปีการศึกษา 2553 กำหนดตัวชี้วัดรูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู ด้านการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ กรอบแนวคิดในการศึกษา ผู้วิจัยได้กำหนดกรอบแนวคิดในการดำเนินการวิจัยเป็นระยะ จำแนกเป็น 7 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนา ขั้นที่ 2 กำหนดรูปแบบการพัฒนาโดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ขั้นที่ 3 การดำเนินการใช้รูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียน วิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ขั้นที่ 4 การปรับปรุงกิจกรรม / รูปแบบการพัฒนา ขั้นที่ 5 การใช้รูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ขั้นที่ 6 การวิเคราะห์ผลการใช้รูปแบบ ขั้นที่ 7 การสรุปรายงานผลและเผยแพร่ นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การพัฒนา หมายถึง การทำให้เปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น 2. รูปแบบ หมายถึง วิธีการ กระบวนการ กิจกรรม 3. การพัฒนารูปแบบ หมายถึง การปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินการ กำกับ ติดตาม การส่งเสริม ตัวแปรอิสระ คือ รูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ประกอบด้วย นักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชน ตัวแปรตาม คือ คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวิเชียรชม พร้อมรองรับประชาคมอาเซียน 4. การส่งเสริมการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา หมายถึง การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวิเชียรชม โดยมีเครือข่าย 3 เครือข่าย เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู ด้านการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ 5. กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ หมายถึง วิธีการอันแยบยลของผู้บริหารในการบริหารจัดการ เพื่อให้เครือข่ายของโรงเรียนวิเชียรชม มีความคิดตรงกัน เข้าใจกัน ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ โรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน พ.ศ.2558 บรรลุวัตถุประสงค์ตามตัวชี้วัดที่กำหนด โดยไม่ต้องอาศัยระเบียบ คำสั่ง ของทางราชการ มาเป็นตัวกำหนด ประกอบด้วย 3 เครือข่าย คือ 5.1 เครือข่ายโรงเรียนในประเทศไทย หมายถึง โรงเรียนอนุบาลนครปฐม โรงเรียนอนุบาลอุตรดิตถ์ โรงเรียนราชวินิต โรงเรียนวัดเมทังกราวาส แพร่ โรงเรียนบ้านสันโค้ง เชียงราย 5.2 เครือข่ายโรงเรียนในประเทศมาเลเซีย หมายถึง โรงเรียนในประเทศมาเลเซีย จำนวน 7 โรง 7 รัฐ ที่โรงเรียนวิเชียรชมและโรงเรียนเครือข่ายในประเทศ ได้ไปร่วมสร้างความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการ แต่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานกรมการศึกษาของรัฐ ประกอบด้วย ปะลิศ เคดาห์ ปีนัง เปรัค ปาหัง สลังงอร์ และปุตราจายา 5.3 เครือข่ายภายในของโรงเรียนวิเชียรชม ประกอบด้วย 5.3.1 นักเรียน หมายถึง นักเรียนโรงเรียนวิเชียรชมทุกคน 5.3.2 ครูและบุคลากร หมายถึง บุคลากรทุกคน ที่ทำงานในโรงเรียนวิเชียรชม 5.3.3 ผู้ปกครอง หมายถึง ผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนวิเชียรชม 5.3.4 ชุมชน หมายถึง กลุ่มคน องค์กร หน่วยงาน ที่อยู่รวมกันเป็นสังคมอาศัยอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน และมีผลประโยชน์ร่วมกัน 5.3.5 สภาพแวดล้อมและสื่อต้นแบบ หมายถึง สื่อประชาสัมพันธ์ ป้ายประกาศ ป้ายนิเทศ สื่ออิเลคทรอนิกส์ สื่อโทรทัศน์ วิทยุ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ภาพความสำเร็จในการดำเนินการวิจัยครั้งนี้ ทำให้ได้รูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนโดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนวิเชียรชม โรงเรียนเครือข่ายในประเทศไทย และโรงเรียนอื่นๆที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้ แนวคิด/ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. รูปแบบและแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 1.1 การใช้เทคนิคกระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน 1.2 การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ 1.3 การสร้างเสริมศักยภาพด้านการใช้ภาษาอังกฤษของครู 1.4 ระบบการบริหารโรงเรียนมาตรฐานสากล 2. บทบาทของโรงเรียนและเครือข่ายในการพัฒนารูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2.1 บทบาทของโรงเรียนในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2.2 การจัดองค์กรบริหารให้มีลักษณะเป็นสากล 2.3 การจัดการเรียนการสอนเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน 2.4 แนวทางการจัดการบริหารโรงเรียนมาตรฐานสากล 2.5 นโยบายของโรงเรียนและแรงบันดาลใจของผู้บริหาร 3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยปีการศึกษา 2552 ประกอบด้วยนักเรียน 1,990 คน ครูและบุคลากร 118 คน ผู้ปกครอง 1,990 คน ชุมชน 140 คน ปีการศึกษา 2553 ประกอบด้วยนักเรียน 2,030 คน ครูและบุคลากร 118 คน ผู้ปกครอง 2,030 คน ชุมชน 140 คน กลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มตัวอย่างนักเรียนและผู้ปกครองปีการศึกษา 2552 และปีการศึกษา 2553 กลุ่มละ 333 คน จำนวนครูและบุคลากร ปีการศึกษา 2552 และ ปีการศึกษา 2553 จำนวน 92 คน จำนวนชุมชน ปีการศึกษา 2552 และปีการศึกษา 2553 จำนวน 100 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา แบบสอบถามความคิดเห็นของ นักเรียน ครูและบุคลากร ผู้ปกครองนักเรียน และชุมชน ต่อรูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนโดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ มีการประเมิน 2 ครั้ง ก่อนการพัฒนาในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2552 และหลังการพัฒนา ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา การวางแผนสร้างเครื่องมือ ผู้วิจัยศึกษาวัตถุประสงค์ในการวิจัยกำหนดข้อคำถามที่สอดคล้องกับตัวชี้วัด รูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไว้ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู ด้านการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ โดยวางแผนกำหนดโครงสร้างของแบบสอบถาม 4 ชุด ชุดที่ 1 สำหรับนักเรียน ชุดที่ 2 สำหรับครูและบุคลากร ชุดที่ 3 สำหรับผู้ปกครอง และชุดที่ 4 สำหรับชุมชน นำเครื่องมือให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความเชื่อมั่นเชิงพินิจ ( Face Validity) และความครอบคลุมของเนื้อหา แล้ววิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congnuence หรือ IOC ) นำแบบสอบถามทั้ง 4 ชุด มาคัดเลือกข้อคำถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.8 ขึ้นไป นำแบบสอบถามทั้ง 4 ชุด ไปหาค่าความเชื่อมั่น โดยนำแบบสอบถามแต่ละชุดใช้กับ นักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชน ปีการศึกษา 2552 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวนกลุ่มละ 50 คน วิเคราะห์ หาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือ โดยใช้โปรมแกรม SPSS for Windows Version 14.0 ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม สร้างแบบสอบถามที่สมบูรณ์ 4 ชุด ๆ ละ 36 ข้อ ทั้ง 3 ด้าน ตามสัดส่วนที่กำหนดในโครงสร้าง การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้มอบหมายให้รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ครูหัวหน้ากลุ่มชั้นและครูประจำชั้น เก็บข้อมูลกับข้อมูลกับนักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครองและชุมชน ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการดำเนินการวิจัย มาหาค่าสถิติ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows Version 10 สรุปผลการศึกษา รูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนโดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ 1. ความคิดเห็นของนักเรียนต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งก่อนและหลังการพัฒนา โดยภาพรวมพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และหลังการพัฒนา มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนา และหลังการพัฒนาตามรูปแบบ โดยภาพรวมพบว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.45 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน .675 และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า การพัฒนาคุณภาพ ทุกด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ตามลำดับ ดังนี้ คือการพัฒนาคุณภาพครู การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และการพัฒนาระบบการบริหาร 2. ความคิดเห็นของครูและบุคลากร ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนวิเชียรชม หลังการพัฒนาตามรูปแบบ โดยพบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.44 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน .566 โดยรายด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมากตามลำดับดังนี้ คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และการพัฒนาระบบการบริหาร ความคิดเห็นของครูและบุคลากร ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งก่อนและหลัง การพัฒนาโดยภาพรวมพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และหลัง การพัฒนามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนา 3. ความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนวิเชียรชม หลังการพัฒนารูปแบบ โดยพบว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.59 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน .510 โดยรายด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมากตามลำดับดังนี้ คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และการพัฒนาระบบการบริหาร เท่ากัน ความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนทั้งก่อนและหลังการพัฒนา โดยภาพรวมพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนา 4. ความคิดเห็นของชุมชน ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนวิเชียรชม หลังการพัฒนาตามรูปแบบ โดยภาพรวมพบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.60 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน .487 โดยรายด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมากและมากที่สุดตามลำดับ ดังนี้ คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และการพัฒนาระบบการบริหาร อยู่ในระดับมากที่สุด ความคิดเห็นของชุมชนต่อ การพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน ทั้งก่อนและหลังการพัฒนา โดยภาพรวมพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนา 5. เปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียน ครู บุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชน ต่อการ พัฒนาคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนวิเชียรชม หลังการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน พบว่า ไม่แตกต่างกัน จึงเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ อภิปรายผล รูปแบบการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนโดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ผู้วิจัยจะกล่าวถึงประเด็นสำคัญและอภิปรายผลจากการค้นพบที่ได้จากการวิจัย ดังนี้ 1. คุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนวิเชียรชม ก่อนการพัฒนาตามรูปแบบ โดยภาพรวมและรายด้านพบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก หลังการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านพบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก เช่นเดียวกัน และเมื่อเปรียบเทียบผล การวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยเฉพาะการใช้ภาษาอังกฤษ ของนักเรียนโรงเรียนวิเชียรชมก่อนและหลังการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านพบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.001และหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนาทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานของการวิจัย ข้อ 2 คือ คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวิเชียรชม เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ผู้วิจัยได้บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยมีเครือข่ายเข้ามาสนับสนุนส่งเสริมในการจัดการศึกษา ทั้งการสร้างเครือข่ายในประเทศ และเครือข่ายในประเทศมาเลเซีย อีกทั้งเครือข่ายภายในของโรงเรียน ทั้ง 5 ภาคี คือ นักเรียน ครูบุคลากร ผู้ปกครอง ชุมชน สภาพแวดล้อมและสื่อต้นแบบ โดยแต่ละเครือข่าย ต่างมีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาให้กับนักเรียน นอกจากนี้ผู้วิจัยยังมีนโยบายให้ครูผู้สอน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้จัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดแทรกความเป็นประชาคมอาเซียน และโรงเรียนดำเนินการประสานงานกับเครือข่ายโรงเรียนในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะ การใช้ภาษาอังกฤษ เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น ผู้วิจัยประเมินผล โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นนักเรียน ครูบุคลากร ผู้ปกครอง ชุมชน 2. ความคิดเห็นของนักเรียนโรงเรียนวิเชียรชมต่อคุณภาพการศึกษา ก่อนการพัฒนาตามรูปแบบการ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านพบว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก หลังการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก และเมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียนต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ก่อนและหลังการพัฒนาตามรูปแบบ พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนาทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานข้อ 2 คือ คุณภาพการศึกษาของโรงเรียน เพิ่มขึ้นหลังจากการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนโดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าเครือข่าย ได้มีส่วนในการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีการพัฒนาคุณภาพทางด้านวิชาการและกิจกรรมเสริมมากยิ่งขึ้น ผู้วิจัยมีแนวคิดว่านักเรียนโรงเรียนวิเชียรชม ได้รับการปลูกฝังและส่งเสริมในเรื่องของพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางโรงเรียนก็ได้เน้นให้นักเรียนมีความรับผิดชอบในการเรียน พร้อมกับมีการจัดกิจกรรมเสริมอยู่เสมอ เช่น การส่งนักเรียนเข้าร่วมประกวดและแข่งขัน ในรายการต่างๆ ทั้งระดับประเทศและระดับภาค จนได้รับรางวัลระดับชาติหลายรางวัล อีกทั้งการสร้างเครือข่ายโรงเรียนภายในประเทศ ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยการไปศึกษาดูงานในโรงเรียนเครือข่าย การสร้างเครือข่ายโรงเรียนในประเทศมาเลเซีย ได้มีโอกาสนำนักเรียนไปเข้าค่ายทำกิจกรรมทั้งด้านภาษาอังกฤษ ณ โรงเรียนเครือข่ายเป็นประจำทุกปี กิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งชาติมาเลเซีย รัฐเคดาห์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม โดยนักเรียนจากโรงเรียนในเครือข่ายทั้งภายในประเทศและมาเลเซีย มาร่วมในงานวิชาการประจำปีของโรงเรียนวิเชียรชมทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างหลากหลาย สามารถเข้าใจถึงวัฒนธรรมประเพณีของกันและกันเพราะเครือข่ายโรงเรียนในประเทศ มีทั้ง ภาคกลาง ภาคเหนือ มาร่วมนำเสนอศิลปวัฒนธรรมของภาคตนเอง และเครือข่ายโรงเรียนในมาเลเซีย ทั้ง 7 รัฐ ก็ได้นำศิลปวัฒนธรรมประจำรัฐมาแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน เหตุนี้ จึงทำให้นักเรียนมีความรู้ที่หลากหลายจากกิจกรรมเสริมที่เครือข่ายร่วมกันพัฒนา จึงทำให้คุณภาพการศึกษา อยู่ในระดับมาก 3. ความคิดเห็นของครูและบุคลากรต่อคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนวิเชียรชมก่อนการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก หลังการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านพบว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก และเมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ก่อนและหลัง การพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐาน ข้อ 2 คือ คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเพิ่มขึ้น หลังจากได้รับการส่งเสริม โดยใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า เครือข่ายทั้ง 3 ต่างมีส่วนส่งเสริม สนับสนุน กิจกรรมต่างๆที่ได้ร่วมระดมความคิด เพื่อการพัฒนาร่วมกัน สอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียนที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนต่อการพัฒนาคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณภาพครู เช่น เริ่มต้นจากการไปสร้างความสัมพันธ์ ให้มีใจตรงกันก่อน แล้วนำไปสู่การลงนาม MOC กับโรงเรียนวิเชียรชม และร่วมกันหมุนเวียนการลงนาม MOC กับโรงเรียนเครือข่ายในประเทศ โดยไม่ได้ใช้ระเบียบกฎหมายมาใช้เป็นตัวกำหนดหรือบังคับให้ทำแต่อย่างใด การให้ครูของโรงเรียนวิเชียรชม และโรงเรียนเครือข่ายในประเทศไทย ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำกิจกรรมค่ายวิชาการ การส่งครูไปประจำ ณ โรงเรียนเครือข่ายในมาเลเซีย การแลกเปลี่ยนครูมาร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนวิเชียรชม เป็นการสร้างความตระหนักและความจำเป็นในการเสริมสร้างคุณภาพครูเพื่อรองรับสู่สากล ซึ่งสอดคล้องกับเสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ (2520 : 60 - 61) ที่ว่า ครูและผู้บริหารควรประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียนและปรีชา ธรรมมา (2545 : 37–38) ได้บ่งชี้องค์ประกอบที่สำคัญที่เอื้อต่อการมีวินัยแห่งตน ได้แก่ความเป็นผู้นำและความสามารถของครู ซึ่งองค์ประกอบนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้นกับครู และส่งผลต่อนักเรียนและโรงเรียนในภาพรวม และยังสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธปัญญาของ Bundura (อ้างถึงในจิตตานันท์ ติกุล :41– 42) ถือว่าตัวแบบที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ซึ่งครูอาจารย์เป็น ตัวแบบที่มีชีวิตที่บุคคล ได้เรียนรู้ต่อจากบิดามารดา 4. ความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวิเชียรชม ก่อนการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน พบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก โดยรายด้านมีลำดับดังนี้ คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และการพัฒนาระบบการบริหาร หลังการพัฒนาตามรูปแบบ พบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีรายด้านตามลำดับดังนี้ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และการพัฒนาระบบการบริหาร เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้ปกครองต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ก่อนและหลังการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐาน ข้อ 2 คือ คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเพิ่มขึ้นหลังจากได้สร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า เครือข่าย ผู้ปกครอง มีส่วนสนับสนุนในด้านการส่งเสริมและร่วมในการสนับสนุนให้การทำกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนเป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งการดำเนินการจัดให้มีคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง 3 ระดับ คือ คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับห้องเรียน คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับกลุ่มชั้น และคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับโรงเรียน ซึ่งคณะกรรมการเครือข่ายแต่ละระดับ ต่างมีส่วนในการกำหนดแผนการดำเนินงานส่งเสริมนักเรียนในการเรียน การอนุญาตให้นักเรียนทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน ถึงแม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายบ้างก็ไม่ขัดข้อง เช่น การจัดกิจกรรมนำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทุกคน ในหลักสูตรปกติ จำนวน 6 ห้อง 300 คน ไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ ในเมืองอลอสตาร์ รัฐเคดาห์ เป็นประจำทุกปี การนำนักเรียนหลักสูตรวิทย์ คณิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปเข้าค่าย ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เมืองอลอสตาร์ การนำนักเรียนหลักสูตร English Programme เข้าค่าย ณ โรงเรียน Sk convent เมืองคาเมรอนไฮแลนด์ ร่วมกับนักเรียนเครือข่ายในประเทศ การนำนักเรียนหลักสูตรวิทย์ คณิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ไปเข้าค่าย ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ กับประเทศมาเลเซีย ที่ส่งผลดีต่อนักเรียนในทุก ๆ ด้าน จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของระหว่าง นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายในประเทศ กับนักเรียนเครือข่ายประเทศมาเลเซีย ทำให้จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสาร และได้พบเห็นบ้านเมือง วัฒนธรรมของประเทศในอาเซียนด้วย จึงส่งผลดีต่อนักเรียนในทุก ๆ ด้าน ซึ่งสอดคล้องกับ วสัน ปุ่น (2542 : 9) ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง การอบรมเลี้ยงดูและวินัยในตนเองจากกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า การอบรมเลี้ยงดูที่ดีมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความมีวินัยในตนเอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 5. ความคิดเห็นของชุมชนต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวิเชียรชม ก่อนการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านพบว่ามีคุณภาพอยู่ในระดับมาก โดยรายด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมากตามลำดับดังนี้ คือ ด้านการพัฒนาคุณภาพครู การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน และการพัฒนาระบบการบริหาร หลังการพัฒนาตามรูปแบบ พบว่า มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก โดยรายด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมากและมากที่สุด ตามลำดับ ดังนี้ คือ การพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรียน อยู่ในระดับมาก ด้านการพัฒนาคุณภาพครู และด้านการพัฒนาระบบการบริหาร อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของชุมชนต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ก่อนและหลังการพัฒนาตามรูปแบบ ทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .001 และหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนา ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานข้อที่ 2 คือ คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเพิ่มขึ้น หลังจากได้สร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า เครือข่ายชุมชนมีส่วนสนับสนุนในกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนที่ได้จัดขึ้น โดยเฉพาะชุมชน องค์กรที่อยู่ใกล้บริเวณรอบ ๆ โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หน่วยงานภาครัฐ เอกชน วัด แหล่งเรียนรู้ เนื่องจากโรงเรียนได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมในการวางแผนทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดกิจกรรมต้อนรับคณะจาก โรงเรียนเครือข่ายในประเทศ นำไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ แหล่งการค้า ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น บางกิจกรรม ได้เหมารถสามล้อ เพื่อบรรทุก คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเครือข่าย ทั้งภายในประเทศและประเทศมาเลเซีย ตั้งขบวนชมเมือง เป็นต้น ทำให้ชุมชนได้รับผลประโยชน์และรับทราบกิจกรรมพัฒนาต่างๆเหล่านี้โดยตลอด และยังช่วยเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวอีกด้วย 6. เปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียน ครูบุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชน ต่อการสร้างเครือข่ายร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนวิเชียรชม ทั้งโดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐาน ข้อ 3 คือ ความคิดเห็นของนักเรียน ครูบุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชน ต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน หลังการพัฒนาตามรูปแบบ ไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า การส่งเสริมคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนวิเชียรชม ทุกเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน ส่งเสริม และดำเนินการพัฒนา ดัง การอภิปรายในหัวข้อความคิดเห็นของนักเรียน ครูบุคลากร ผู้ปกครอง และชุมชน ดังกล่าวข้างต้น ในการพัฒนาตามรูปแบบ และนอกจากนี้ ผู้วิจัยมีความเชื่อว่าสภาพแวดล้อมและ สื่อต้นแบบ ซึ่งเป็นเครือข่ายหนึ่งที่มีส่วนส่งเสริมคุณภาพและสร้างความตระหนักให้นักเรียนได้เห็น ทั้งสื่อ ในห้องเรียน ภายนอกห้องเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อดังกล่าวครอบคลุมเรื่องราวต่างๆของ ประเทศในอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนได้รับทราบโดยไม่รู้ตัว จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษามิใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใดผู้หนึ่งหรือสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ต้องอาศัยความร่วมมือ ความรับผิดชอบจากทุกฝ่ายในสังคม ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยครั้งนี้ที่ผู้วิจัยได้ใช้กลยุทธ์เครือข่ายใจถึงใจ สร้างความหลากหลายในการร่วมพัฒนา โดยการสร้างทั้งเครือข่ายภายในประเทศ เครือข่ายในประเทศมาเลเซีย และเครือข่ายภายใน ทั้ง 5 ภาคี เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา และจากการดำเนินการตามรูปแบบดังกล่าว พบว่า หลังการพัฒนา โรงเรียนมีคุณภาพการศึกษาเพิ่มขึ้น เป็นที่ยอมรับของสังคมและผู้เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น จนเป็นแบบอย่างในการพัฒนาคุณภาพเพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน พ.ศ.2558 เป็นสถานที่ดูงานของโรงเรียน ทั้งในประเทศไทยและในประเทศมาเลเซีย จนมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทั้งโดยภาพรวมและรายด้าน ข้อเสนอแนะ 1. โรงเรียนควรจัดสภาพแวดล้อมในสถานศึกษารวมทั้งการบริหาร บริการ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมคุณภาพการศึกษา บรรยากาศประชาคมอาเซียน แก่นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องให้มากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป 1. ควรศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของนักเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามบริบทของโรงเรียนที่แตกต่างกัน โดยวิธีวิจัยในรูปแบบอื่น ๆ 2. ควรศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภายในประเทศ เครือข่ายในประเทศมาเลเซีย ในคุณภาพการศึกษาที่ได้รับจากรูปแบบนี้ การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ/นวัตกรรม 1. ผ่านโรงเรียนเครือข่าย 2. ทางเวปไซต์ของโรงเรียน 3. โรงเรียนในสังกัดสพป.สข 1
 


 
   
 
ติดต่อโรงเรียน Tel. 074-311551 E-mail : wccschool.sk@gmail.com
   จำนวนผู้เข้าชม  
: 279525 ครั้ง